ปัจจุบันอุตสาหกรรมโทรคมนาคมกำลังมุ่งไปสู่การเปิดตัวเชิงพาณิชย์ของเทคโนโลยี 5G ซึ่งจะเห็นได้ว่า ผู้ประกอบการที่ต้องการลงทุนในเทคโนโลยี 5G มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยผู้ประกอบการโทรคมนาคมจากทุกทวีปได้ประกาศการมีส่วนร่วมในการสาธิต 5G การทดสอบในห้องปฏิบัติการและการทดลองภาคสนาม นอกจากนี้ผู้ประกอบการหลายแห่งได้ประกาศแผนการเปิดตัวบริการ 5G อย่างเป็นทางการ
สมาคม GSA (Global mobile Suppliers Association) ซึ่งเป็นองค์กรที่ประกอบไปด้วยบริษัทเอกชนที่ดำเนินธุรกิจด้านโทรคมนาคมทั่วโลก มีเป้าหมายเพื่อรายงานความก้าวหน้าของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมในประเทศต่าง ๆ ได้ออกรายงานที่ชี้ให้เห็นว่าปัจจุบันมีผู้ให้บริการโทรคมนาคมจำนวน 154 ราย ใน 66 ประเทศทั่วโลกที่ได้มีการสาธิต การทดสอบ หรือได้รับอนุญาตให้ดำเนินการ ในการทดลองภาคสนามที่ เกี่ยวกับเทคโนโลยี 5G รวมทั้งเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง รวมกันมากกว่า 412 รายการ
ในส่วนต่อไปจะสรุปภาพรวมของการทดลองและการทดสอบระบบ 5G โดยผู้ประกอบการเครือข่ายที่ได้มีการรายงานและประกาศเท่านั้น โดยจะไม่ได้วิเคราะห์การทดลองและการทดสอบที่ดำเนินการโดยผู้จัดจำหน่าย โดยไม่ขึ้นกับผู้ให้บริการเครือข่ายที่ได้รับอนุญาตและจะไม่เปรียบเทียบกับเทคโนโลยีต่าง ๆ ของผู้จัดจำหน่าย
การสาธิต การทดสอบ และการทดลอง เทคโนโลยีของผู้ให้บริการ
ขณะนี้ หน่วยงานกำกับดูแลทั่วโลกกำลังดำเนินการจัดประมูล 5G และกำลังให้คำปรึกษาหรือวางแผนการจัดสรรคลื่น 5G ในเวลาเดียวกัน ผู้ประกอบการก็กำลังทำงานกับหลายย่านความถี่ที่สามารถใช้งานได้

โดยแถบสเปกตรัมที่ผู้ประกอบการได้ใช้ในการสาธิตหรือทดลองเป็นจำนวน 261 ครั้ง ซึ่งได้มีการเปิดเผยรายละเอียดสเปกตรัมที่ทดลองใช้งานด้วยและจากข้อมูลที่รายงานโดยผู้ให้บริการ จะเห็นได้ว่าย่านความถี่ 28 GHz ถูกใช้งานมากที่สุด รองลงมาคือย่านความถี่ 3.5 GHz
source:GSA

จำนวนการทดลองที่อยู่ภายในช่วงสเปกตรัมต่าง ๆ โดยจะพบว่าสเปกตรัม 1 – 6 GHz ถูกใช้งานมากสุด รองลงมาคือสเปกตรัม 24 – 29.5 GHz
source:GSA
ความเร็วการรับส่งข้อมูลสูงสุดของเครือข่าย

หนึ่งในเมตริกที่สำคัญ (key metric) ที่ถูกรายงานคือ ปริมาณการรับส่งข้อมูลสูงสุด (throughput) ของการสาธิต การทดสอบ และการทดลองต่าง ๆ โดยทั่วไปการสาธิตและการทดลองไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบได้ เนื่องจากใช้คลื่นความถี่และอุปกรณ์ต่างกัน ในสภาพแวดล้อมทางกายภาพที่แตกต่างกัน และใช้ในแอปพลิเคชันที่ต่างกัน อย่างไรก็ตามเป็นที่น่าสนใจที่จะทราบว่า หลายผู้ประกอบการได้รายงานว่า สามารถทำความเร็วได้เกินกว่า 1 Gbps ความเร็วการรับส่งข้อมูลสูง ๆ ที่ประสบความสำเร็จจากการทดลอง ไม่ได้รับประกันว่าเครือข่าย 5G เชิงพาณิชย์จะสามารถทำความเร็วในการใช้งานจริงได้เท่านี้ รูปด้านบนแสดงปริมาณการรับส่งข้อมูลสูงสุดที่ได้จากการสาธิตและการทดลองจำนวน 216 ครั้ง
ความหน่วงการรับส่งข้อมูลของเครือข่าย

5G คาดว่าจะสามารถลดความหน่วง (latency) ลงได้อย่างมาก เมื่อเทียบกับเครือข่ายโทรศัพท์มือถือในปัจจุบัน นี่เป็นอีกหนึ่งเมตริกที่สำคัญสำหรับการสาธิตและการทดลอง ตามที่ทางผู้ขายและผู้ประกอบการพยายามที่จะบรรลุเกณฑ์มาตรฐาน 5G ตามข้อกำหนดของ IMT-2020 รูปด้านบนแสดงความล่าช้าที่เกิดขึ้นในระบบจากการสาธิตและการทดลองรวม 69 ครั้ง ซึ่งแสดงให้เห็นว่าระบบ 5G สามารถลดความหน่วงได้มาก โดยพบว่าการทดลองส่วนใหญ่สามารถบรรลุความหน่วงภายในช่วงเวลา 1 – 1.99 ms